ทุกปีช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จะมีคำถามเดิม ๆ เข้ามาทาง LINE ของฉัน: "ต้องซื้อประกันเท่าไรถึงจะลดหย่อนภาษีได้?" คำตอบที่จริงใจคือ — ซื้อสิ่งที่ปกป้องครอบครัวคุณก่อน แล้วค่อยเพิ่มสิทธิลดหย่อน นี่คือวิธีที่ตัวเลขทำงานจริง
สองกระเป๋าของการลดหย่อน
ประเทศไทยให้สิทธิลดหย่อนสองส่วนแยกกัน:
- ประกันชีวิตทั่วไป — ลดหย่อนเบี้ยได้สูงสุด 100,000 บาท ต่อปี สำหรับกรมธรรม์ที่มีระยะเวลา 10 ปีขึ้นไป
- ประกันชีวิตแบบบำนาญ — ลดหย่อน เพิ่ม ได้สูงสุด 200,000 บาท โดยไม่เกิน 15% ของเงินได้ และอยู่ภายใต้เพดานรวมการออมเพื่อเกษียณ (ซึ่งรวมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ RMF และ SSF ด้วย)
ดังนั้นในทางหลักการ ผู้มีรายได้สูงสามารถลดหย่อนเบี้ยประกันได้ถึง 300,000 บาท — แต่ต้องอยู่ภายในเพดานเปอร์เซ็นต์และเพดานรวม
วิธีคิดง่าย ๆ
- หากคุณ ยังไม่มีความคุ้มครอง เริ่มจากความคุ้มครองที่เหมาะกับความต้องการจริงของครอบครัว — มักเพียงพอที่จะทดแทนรายได้หลายปีและปิดหนี้ก้อนใหญ่ สิทธิลดหย่อนเป็นของแถม ไม่ใช่เป้าหมาย
- หากคุณ มีความคุ้มครองแล้ว และอยากลดภาษี แผนประกันบำนาญ มักเป็นก้าวต่อไปที่คุ้มที่สุด เพราะเปิดกระเป๋า 200,000 บาทแยกต่างหาก
- อย่าซื้อแผนสะสมทรัพย์ 10 ปีที่คุณส่งต่อไม่ไหว เพียงเพื่อลดหย่อนปีนี้ การเวนคืนก่อนกำหนดมักแพงกว่าภาษีที่ประหยัดได้
สิ่งที่ควรทำก่อนฤดูยื่นภาษี
- ประเมินเงินได้พึงประเมินของคุณในปีนั้น
- ตรวจว่าคุณใช้สิทธิแต่ละกระเป๋าไปเท่าไรแล้ว (กรมธรรม์ที่มีอยู่ RMF/SSF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ)
- จับคู่สิทธิ ที่เหลือ กับแผนที่ดูแลครอบครัวคุณได้จริง
อยากให้ฉันคำนวณตัวเลขของคุณโดยเฉพาะไหม? เพิ่มฉันใน LINE แล้วส่งรายได้คร่าว ๆ มา ฉันจะแสดงสิทธิลดหย่อนที่เหลือของคุณภายในไม่กี่นาที โดยไม่มีข้อผูกมัด
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษีหรือการเงิน กฎและเพดานการลดหย่อนกำหนดโดยกรมสรรพากรและอาจเปลี่ยนแปลงได้